การทำสงครามตลอด 10 เดือน ได้ส่งผลกระทบต่อกลไกทางการเมือง ความมั่นคงและเศรษฐกิจในระดับโลก แม้ว่าการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามในครั้งนี้ จะถูกพูดถึงบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในระยะหลัง แต่โอกาสที่โลกจะเห็นผู้นำรัสเซียและยูเครนนั่งโต๊ะเจรจาร่วมกันยังคงเป็นไปได้ยาก
เสียงสัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นในเช้าวันที่ 24 ก.พ. ทันทีที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศเคลื่อนกำลังพลบุกยูเครนภายใต้ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร
การเปิดศึกทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ ไล่มาตั้งแต่ทางเหนือ ตะวันออกและทางใต้ ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับยูเครน
ภาพของขบวนรถถัง ซากปรักหักพัง ร่างผู้เสียชีวิต รวมทั้งคลื่นผู้อพยพหลายล้านคน กลายเป็นภาพที่แทบไม่มีใครอยากจะเชื่อว่าเรื่องแบบนี้กำลังเกิดขึ้นจริงๆ ในศตวรรษที่ 21
ทำไมรัสเซียบุกยูเครน
การเปิดปฏิบัติการพิเศษทางทหารมีเป้าหมายเพื่อกดดันให้ยูเครนเลิกล้มความคิดในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การป้องกันสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต หลังจากปลายปี 2021 รัสเซียเคยยื่นเอกสารร่างสนธิสัญญารับประกันความมั่นคงให้สหรัฐฯ และนาโตร่วมพิจารณา
เอกสารฉบับนี้เรียกร้องให้นาโตต้องยุติการขยายอิทธิพลตามแนวรบฝั่งตะวันออก ยุติการประจำการอาวุธในดินแดนของชาติสมาชิกที่มีพรมแดนติดกับรัสเซีย รื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารออกจากดินแดนของสมาชิกที่เข้าร่วมหลังปี 1997 เป็นต้นไปและไม่รับยูเครนเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่
กลุ่มประเทศในแถบยุโรปตะวันออกส่วนใหญ่ ซึ่งเคยมีความผูกพันทางประวัติศาสตร์กับอดีตสหภาพโซเวียต ต่างทยอยเข้าเป็นสมาชิกนาโตนับตั้งแต่ ปี 1997 เป็นต้นมา ในขณะที่ยูเครนซึ่งเป็นกันชนระหว่างรัสเซียกับตะวันตก ตกอยู่ในสถานะที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของรัสเซีย เพราะหากยูเครนเข้าเป็นสมาชิกนาโต นั่นก็คือภัยคุกคามที่กำลังมาจ่ออยู่หน้าบ้านรัสเซียในทันที
นอกจากนี้ปูตินยังอ้างว่าการเปิดปฏิบัติการพิเศษทางทหารเป็นการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือคนเชื้อสายรัสเซียในภูมิภาคดอนบาสทางภาคตะวันออกของยูเครนให้รอดพ้นจากกลุ่มนาซีใหม่
mutexed.com